the letter
the letter

ยืมไฟแช็ค

สวัสดีครับพี่หนึ่ง

 

ก่อนอื่นผมตอบพี่ก่อนเลยว่า เจ้าหมาที่กัดโมอี้นั้นสีขาวจริงๆด้วย กฏของพี่ใช้ได้ทั้งบนแผ่นดินใหญ่ และบนเกาะครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูล ครั้งหน้าถ้าผมเจอหมา อาจต้องดูก่อนว่ามันสีอะไร ถ้าสีขาวคงต้องหยิบไม้ หยิบหินรอไว้เลย ไม่ต้องคุย

อาจดูเหยียดสี(ขน) แต่ก็ทำอย่างไรได้ ผู้ใหญ่สอนและมีผลยืนยันมาแล้ว เราควรยึดถือเพื่อความปลอดภัยของตัวเองและลูก ฮาฮ่า

 

the letter

 

ครั้งก่อนผมเกริ่นเรื่องหาดเซ็น (Zen Beach) ไว้ แต่ก็เป็นการพูดถึงจากคำบอกเล่าของคนอื่น

ศุกร์ที่แล้วผมกับครอบครัวเลยไปสำรวจหาดที่ว่าด้วยตัวเอง นอกจากเปิดกูเกิ้ลแมปแล้ว เรายังสอบถามกับมิตรสหายเพื่อให้ไม่หลงทาง

“พี่เลี้ยวเข้าไปทางโรงเรียนสอนวัฒนธรรมไทย แล้วขับตามถนนอวกาศไปสักพักก็จะถึง” มิตรสหายบอกกับเราอย่างนั้น

เมื่อเราเลี้ยวรถเข้าไปตามคำบอกเล่าแล้ว นอกจากมีป้ายบอกทางไปเซ็นบีชเป็นระยะแล้ว ยังมีป้ายเล็กๆ อีกจำนวนหนึ่งริมทาง บอกให้ “สโลว์ ดาวน์”

แต่เข้าใจว่าป้ายเหล่านั้นคงไร้ผลในทางปฏิบัติ ไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ขับขี่ ผมเดาว่า ชาวบ้านแถบนั้นจึงทำทางให้เป็นหลุมเป็นบ่อซะจนมิตรสหายเราเรียกมันว่าถนนอวกาศ ผมเองก็ต้องค่อยๆ หยอดไปทีละหลุม หลายหลุมอยู่กว่าจะถึงที่หมาย คุยกันด้วยป้ายดีๆ ไม่รู้เรื่อง ก็เลยต้องมีการทุบหม้อข้าวให้ลำบากไปด้วยกันทั้งเจ้าถิ่นและผู้มาเยือน

ไม่รู้ว่าโชเฟอร์หนึ่งเคยได้ยินคำว่า หยอด ในความหมายของการขับรถไหมครับ คือประมาณว่าขับชะลอให้ช้าเมื่อรถจะถึงหลุม แล้วลงหลุมให้เบาที่สุด จากนั้นค่อยๆ เหยียบคันเร่งพารถขึ้นอย่างนุ่มนวล

ยี่สิบปีก่อน ผมรู้จักคำนี้สมัยไปอยู่กับชาวบ้านชาวป่าชุมชนคลองเรือ จังหวัดชุมพร เนื่องด้วยถนนเข้าหมู่บ้านเป็นหลุมเป็นบ่อ ทักษะการหยอดรถลงหลุมจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชาวบ้านแถบนั้น นอกจากยืดระยะการสึกหรอของรถ และลดความเสียหายกับผลิตผลจำพวกผักผลไม้แล้ว การหยอดยังดีกับช่วงล่างและบั้นท้ายของผู้โดยสารอีกด้วย นักขับ หรือนักหยอดที่ดีจึงมักจะได้รับคำชม และใช้บริการจากชาวบ้านเสมอๆ

 

เรามาถึงหาดก่อนเวลาคอนเสิร์ต เลยมีโอกาสได้นั่งคุยกับน้องคนทำรีสอร์ทใกล้ๆ จุดนัดพบริมหาด

เธอว่า พ่อเลี้ยงของเธอเป็นคนกรุงเทพฯ แต่มาซื้อที่ริมทะเลผืนนี้ทำรีสอร์ทร่วมยี่สิบปีมาแล้ว เธอเองบอกว่าช่วงนี้ รีสอร์ทเงียบมากๆ บังกะโลของเธอหลายห้องไม่มีแอร์ ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น ฝรั่งจึงไม่ค่อยเลือกมาพัก

สอดคล้องกับที่ แดซ ภรรยาเจ้าของรีสอร์ทที่ผมพักอยู่ พูดว่าเดี๋ยวนี้บังกะโลพัดลมในรีสอร์ทขายแทบไม่ได้เลย ทั้งที่สิบปีก่อนมักจะเต็มตลอด เธอพูดว่าในยุคสมัยของเธอ การมาเที่ยวคือการมาหาประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อลองทำอะไรที่ไม่เคย ซึ่งต่างกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในปัจจุบันที่มักเอาความเคยชินเดิมๆ ของตัวเองเป็นหลัก

 

the letter

 

เมื่อถึงเวลานัดหมายราวหกโมง แดดจางและอาทิตย์ใกล้ลาลับ เหล่านักดนตรี นางรำ และผู้ชมก็ทยอยเดินทางมาจากทุกสารทิศ บ้างเดินเลียบหาดมา บ้างเดินมาจากสวนและป่าที่ลึกเข้าไป ถึงแล้วก็พากันทักทาย ไถ่ถามและโอบกอด ก่อนจะพาตัวเองเข้าสู่จุดที่เหมาะ

เครื่องดนตรีส่วนใหญ่อาจเรียกได้ว่ามีแต่กลองเป็น Unpitched Percussion Instrument เหล่านี้ ที่นักดนตรีร่วมบรรเลงประสานและรับส่งกันในจังหวะต่างๆ อย่างต่อเนื่อง นางรำ(ฝรั่ง) ก็เริ่มร่ายรำอย่างกลมกลืนและพลิ้วไหวไปรอบๆ

แสงอาทิตย์แขวนอยู่เพียงขอบเล็กๆ ริมขอบฟ้า มีเพียงแสงเทียนวับวามในหลุมทรายสร้างเงาดำและแสงส้มบนผิวกายหนุ่มสาวที่กำลังเคลื่อนไหว

ผมกำลังสัมผัสและรับชม จังหวะและการร่ายรำ ดนตรีที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษยชาติ

นั่งๆ ไปซักพักก็ได้รู้จักกับคู่รักชาวฮอลแลนด์และไทย เดฟ และ คิม เราเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการยืมไฟแช็ค ก่อนจะสานต่อบทสนทนาด้วยการสลับกันเลี้ยงเบียร์

สักพักเดฟย้ายมานั่งข้างๆ ผม พลางชี้ให้ดูเหล่าหญิงสาวที่กำลังร่ายรำ แล้วบอกกับผมเบาๆ แปลเป็นภาษาไทยประมาณว่า

“คุณเห็นนั่นไหม ปีศาจในหัวใจผมกำลังเต้นเร่าอยู่ ผมเห็นภาพแบบนี้มาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว แต่ทุกครั้งมันก็ยังทำให้หัวใจผมเต้นแรงอยู่เสมอ”

อาจจะดูเหยียดเพศนะครับแต่ผมเห็นด้วยกับเดฟร้อยเปอร์เซ็นต์ การร่ายรำของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณ ทำให้เราหลงใหลและอยู่ในภวังค์ได้จริงๆ

ดนตรีเลิกตอนสองทุ่มตรง เหล่านักดนตรีอำลา แยกย้าย และสัญญาว่าจะมาพบกันอีกสัปดาห์ถัดไป ที่เก่า เวลาเดิม

พวกเราอยากดื่มต่อก็เลยชวนกันมาที่บ้านผม จุดกองไฟเล็กๆ หน้าบ้าน แล้วผสมเมรัยเท่าที่เหลือดื่มกินกัน คุยกันแบบเมาๆ ไปหลายเรื่อง ทั้งเรื่องที่ว่าพ่อของเดฟเคยทำดนตรีกับวงคาราบาว ชีวิตอันพลิกผันของเขา ความทระนงหรือความเกลียดที่มีต่อสิ่งที่เรียกว่าเงิน ความสัมพันธ์ของเดฟกับลูกชาย และเหตุการณ์ที่นำพาให้คิมกับเดฟมาพบกัน

เรื่องเล่าต่างๆ พร้อมจะพรั่งพรูออกมาเสมอ ขอเพียงแค่มีคนรับฟัง

ก่อนกลับคิม สาวคนรักของเดฟ เปิดเพลงในยูทูบ ร้องเพลงโชว์ความงามของเสียงให้พวกเราฟัง เธอร้องเพลงไทยด้วยเสียงเอื้อนๆ และท่าทางแบบโซลและบลูส์น่ะครับ ฟังแล้วนึกถึง รัสมี เวระนะ อิสานโซล เลยครับ ฟังสักพักผมก็ขอตัวขึ้นไปนอน และบอกให้เขาและเธอนั่งดื่มกันต่อกันตามสบาย

เช้ารุ่งขึ้นตอนลงมาชงกาแฟ ก็เหลือบไปเห็นนามบัตรร้านซักอบรีดเสียบอยู่ในหนังสือ ด้านหลังบัตรเขาและเธอเขียนชื่อและเบอร์ติดต่อไว้ให้ จริงๆ ไม่ต้องให้ก็ได้หรอกครับ เกาะมันเล็ก เดี๋ยวก็คงได้เจอกันอีก แต่การให้อะไรกันไว้บ้างน่าจะเป็นเรื่องการแสดงมิตรภาพและความรู้สึกที่ดีให้แก่กันมากกว่า

ด้วยรักและคิดถึง

จ๊อก

ปล. ทุกอย่างคืนวันนั้นจะดีหมด ถ้าคิมไม่เดาว่าผมเป็นตำรวจ และถามว่าอยู่ท้องที่ไหน พับผ่าสิ…เดาให้เป็นอะไรก็ได้ แต่ให้เป็นตำรวจ ทหาร หรืออะไรในเครื่องแบบ นี่ไม่ไหวจริงๆ พานให้ผมต้องมาสำรวจตัวเองเสมอว่าตัวเองมีลักษณะหรือพฤติกรรมน่ารังเกียจอะไรอยู่ในตัวจนทำให้คนเดาเป็นแบบนั้น

 

nandialogue

 

ตอบ จ๊อก

หนึ่ง, เราเดาคนละอย่างกะคุณว่ะ เรื่องที่บอกว่าแปะป้ายแล้วไม่ทำตาม ก็เลยทำถนนให้พังซะเลย สันนิษฐานนี้ไม่น่าใช่ พูดแบบนี้เพราะทางเข้าบ้านของเราปัจจุบันสภาพก็ราวๆ ถนนอวกาศของชาวพะงัน ยืนยันได้ว่าทั้งเราและคนในชุมชนผู้ร่วมทุกข์ไม่มีใครว่างหรือเมาหรือเพี้ยน ไปทำถนนให้พัง เพื่อบอกกล่าวผู้มาเยือนว่า ขับช้าๆ นะจ๊ะ แต่มันพัง มันห่วย มันอวกาศ เพราะระบบขนส่งคมนาคมของรัฐยังดูแลบริการไม่ทั่วถึง ที่ผ่านมาจึงอยู่กันมาด้วยระบบแรงงานและงบประมาณของประชาชนในซอย ซึ่งจะให้ดี มีคุณภาพเทียบเท่าการงานจากงบประมาณรัฐ คงเป็นไปไม่ได้ อย่างน้อยก็สามสี่ครั้งแล้วที่ช่วยกันออกเงินออกแรง และถึงวันนี้ยังไม่จบ ฝนตกทีก็หวาดผวาที ว่าจะเข้าจะออกยังไง ทางเละลื่นลึกแค่ไหน ทุกวันเรายังฝันถึงทางเรียบๆ ฝันลมๆ แล้งๆ และเจ็บปวด โดยเฉพาะเวลาเห็นการใช้เงินงบประมาณแผ่นดินอย่างฟุ่มเฟือยไปกับเรื่องไร้สาระและคนจำนวนเพียงหยิบมือ

สอง, วิธีเริ่มต้นสร้างสัมพันธ์กับผู้คนเป็นศาสตร์และศิลป์ที่น่าศึกษา ว่าเท่าไร แค่ไหน ยังไง มันถึงพอดี ไม่ก้าวก่าย คุกคาม หรือทำร้ายกันโดยไม่ตั้งใจ

เท่าไร แค่ไหน มันถึงออกมาเป็นบวก และนับหนึ่ง สอง สาม.. ต่อไปได้ เท่าที่รู้เห็นรับฟังมา การยืมไฟแช็คเป็นวิธีคลาสสิกข้อหนึ่ง คนสูบบุหรี่ด้วยกัน อย่างน้อยคงเข้าใจในปรารถนาและมีอารมณ์ร่วม สมัยที่ทำสัมภาษณ์พี่ต้อม เป็นเอก ครั้งแรกๆ (ร่วมยี่สิบปีมาแล้ว) เคยคุยในประเด็นใกล้เคียงกันนี้คือ แกบอกว่าข้าวของสองสามอย่างต่อไปนี้ ไม่ต้องมีเองก็ได้ คือ นาฬิกา โทรศัพท์มือถือ บุหรี่และไฟแช็ค (พ.ศ.นั้น ใครคนอื่นเขาพกมือถือกันหมดแล้ว พี่ต้อมยังไม่มีและไม่คิดจะมี) แกบอกว่า ตั้งแต่ถามเวลาคนมา (คงหมายรวมถึงคนไม่รู้จักด้วย) ไม่มีใครสักคนที่แกล้งบอกผิดๆ มั่วๆ หรือสวนกลับ–อยากรู้เวลา มึงก็ไปหาซื้อนาฬิกาสิวะ มาถามคนอื่นทำไม แกบอกไม่มี ไม่เคยมีสักเคส สักครั้ง มีแต่ถามไป ก็ยินดีตอบด้วยดี เช่นเดียวกับบุหรี่และไฟแช็ค บ่อยครั้งเขาจุดให้ด้วย เช่นเดียวกับมือถือ ที่หลายครั้งเจ้าของเครื่องขอเลขหมายและกดให้พร้อมใช้งาน (ข้อนี้คงกลัวว่ามึงอาจใช้ไม่เป็น–แกอำตัวเอง)

แน่นอนว่า การไปขอคนอื่นเสมอๆ คงไม่ใช่สิ่งที่เราจะเรียกได้ว่านิสัยดี แต่ก็นั่นแหละ นานๆ ขอกันที คงไม่เป็นไร และมีโอกาสก็ชดเชย ใช้คืนด้วยสิ่งอื่นๆ ตามกาลเทศะอันเหมาะควร การจ้องเอาแต่ของผู้อื่นมันก็แปลกไปหน่อย ใช่มั้ย ทั้งหลายทั้งปวง กิจกรรมพึ่งพาเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ อาจนำสู่บทสนทนาที่เข้มข้น หรือสานต่อความสัมพันธ์ลึกซึ้งขึ้นได้ อย่างที่คุณเล่า ถ้าไม่ใช่เพราะไฟแช็ก ณ ขณะเวลาอันงดงามนั้น เราอาจเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันตลอดไป

อย่างไรก็ตาม เรื่องทำนองนี้ว่าไปมันก็ไม่มีสูตรสำเร็จ และขึ้นอยู่กับท่าทีสีหน้าชะตากรรมของคนคนนั้นจริงๆ บางคนแม่งก็ง่ายเหลือเกิน พยักหน้าให้กันทีนึง ก็คุยกันได้ทั้งคืน อีกบางคน ขึ้นรถเมล์ ก็โดนกระเป๋าด่า ลงเรือด่วน ก็โดนอีก และอย่าว่าแต่กับมนุษย์ด้วยกันเลย กระทั่งเดินผ่านเซเว่นฯ​ ด้วยสุภาพอ่อนโยน หมาแม่งยังเสือกกัด โดยสรุปก็คงต้องอ่านอดีต วิเคราะห์ประวัติศาสตร์ของใครของมันกันเอาเอง ว่าอยู่ในหมวดหมู่ไหน พึงดีลกับมนุษย์และสัตว์ด้วยท่าทีสีหน้าเช่นไร

เอ้า นั่นไอ้หนุ่มคนเลี้ยงวัวคนนั้นดูน่าสนใจ ไว้จะลองเข้าไปยืมไฟแช็คซะหน่อย.

 


เกี่ยวกับผู้เขียน : จ๊อก เป็นคนทำโรงพิมพ์ที่สนใจศิลปะ วรรณกรรม และสังคมการเมือง เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเทศกาลหนังสือเล็กๆ หลายครั้ง ใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพฯ มานานปี วันนี้ตัดสินใจย้ายไปเป็นชาวเกาะพะงัน

You may also like...